ความรักของโลกอนาคต

…….การแสดงออกทางการกระทำหรือทางกายนั้นมันสามารถที่จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเรานั้น เป็นคนแบบไหน ต้องการอะไร หรือว่าโกรธอะไรอยู่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ คนเราเมื่อรู้สึกยังไงก็จะแสดงออกมาอย่างนั้นโดยอัตโนมัติและภาษากายก็ไม่สามารถที่จะโกหกได้เหมือนกับคำพูด …..คือท่าเรายิ้มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขแต่เราจะไปบอกเขาว่าเรากำลังมีแต่ความทุกข์ใจอย่างหนักมันก็คงจะไม่มีใครเชื่อเพราะความรู้สึกมันได้แสดงออกมาทางแววตาและการกระทำของเราแล้ว ถ้าเราอยากที่จะรู้ว่าคนอื่นรู้สึกยังไงหรือกำลังเป็นอะไรอยู่เราก็แค่สังเกตที่ท่าทางการกระทำขอกเขาที่เขาได้แสดงออกมาให้เราเห็น ภาษากายเป็นการแสดงออกที่ไม่ต้องมีคำพูดใดๆไม่ต้องอธิบายออกมาให้มันยืดยาว แต่มันก็สามารถที่จะทำให้เรารู้ได้ว่าคนๆนั้นต้องการอะไร รู้สึกอย่างไร

การดำเนินชีวิตที่ต้องเดินทาง

…..ในชีวิตของคนเราไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จกันได้ตลอดชีวิตหรอกนะ ในชีวิตคนๆหนึ่งมันก็ย่อมที่จะมีความผิดหวัง ความสมหวัง ในตัวเองกันทั้งนั้น เมื่อคนเราเจอกับความสมหวังเขาเหล่านั้นก็คงมีแต่ความสุขใจหรือสบายใจ แต่ในทางตรงกันข้ามคนที่พบเจอกับความผิดหวังละ …..ก็คงรู้ๆกันอยู่ว่าผู้คนเหล่านั้นย่อมที่จะมีแต่ความทุกข์ใจ ทำอะไรก็ดูเหมือนจะมีแต่ความกังวลใจ ผู้คนเหล่านี้เป็นคนที่หน้าสงสารที่สุดเพราะบางคนถ้ามีภูมิต้านทานดีหน่อยเขาก็จะรู้จักดีขึ้นมาได้ในไม่ช้า แต่คนที่ภูมิต้านทานน้อยนี้ซิซึ่งคนเหล่านี้ก็จะเห็นได้ตามข่าวต่างๆที่ออกมาให้เห็นทาง

กล้าลองที่จะทำ

คนเราทุกคนมีความฝันด้วยกันทั้งนั้นแล้วกว่าที่เราจะไปได้ถึงฝั่งฝันเราก็ต้องรู้จักที่จะฟันฝ่าสิ่งต่างๆที่เป็นอุปสรรค์ขวากหนามไปให้ได้ คนที่มีฝันแล้วไม่คิดที่จะทำความฝันนั้นให้เป็นจริงอาจจะด้วยเหตุผลหลายๆอย่างที่มันทำให้เขาไม่กล้าที่จะทำ ไม่กล้าที่จะเผชิญในความผิดหวัง ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครที่จะทำได้ตามความฝันหรือประสบความสำเร็จได้เสมอไปหรอกนะ คนเราต้องมีผิดหวังและสมหวังด้วยกันทั้งนั้นเหละ คนที่รู้จักกล้าคิด กล้าทำตามความฝันของตัวเองแม้ว่าเขานั้นจะล้มลงแล้วซักกี่ครั้ง แต่เขาก็ยังรู้จักที่จะลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเขาเองนั้นเหละคือคนที่น่ายกย่องมากที่สุด เมื่อมีฝันก็ต้องมีความกล้า กล้าที่ลอง

ความสุขของชีวิต

คนเรากว่าที่จะประสบความสำเร็จในการทำอะไรซักอย่างได้นั้นมันต้องแลกมาด้วยความมุ่งมั่น ความอดทน ความพยายาม มันจึงจะได้มาซึ่งความสำเร็จที่เราต้องการ การที่เราจะลงมือทำอะไรลงไปซักอย่างเราต้องมีการตั้งเป้าหมายไว้เป็นหลัก เราควรที่จะรู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร …. ….ทำไมเราถึงจะต้องทำ เราจะทำไปเพื่ออะไร แล้วเราทำไปแล้วเราจะได้อะไร

รู้จักอดออม

คนที่เขาร่ำรวยอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าเขามีผลมีวาสนามาดีอะไรหรอกนะ ต่อให้มีเงินเป็นล้านๆมาวางอยู่ตรงหน้าแต่ไม่รู้จักการอดออม หรือ ทำให้มันเกิดประโยชน์มันก็สามารถที่จะหมดลงไปได้เหมือนกัน เพราะคนเราทุกคนต่างคนก็ต่างมีสิทธิ์ที่จะรวยด้วยกันทั้งนั้น ถ้าอยากที่จะรวยมันก็ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ที่ยากหรือวุ่นวายอะไรมากนักเพียงแค่เรานั้นรู้จักการอดออม ในการอดออมในที่นี้ไม่ใช่ว่ามีเท่าไรก็ออมจนหมดจนทำให้ตัวเองรำบากเพราะเพียงแค่อยากได้เงินเก็บไว้เยอะๆนั้นมันก็จะทำให้ตัวเองรำบากเปล่าๆ ความหมายในตัวของคำว่า “อดออม” มันก็คือ

การออกเดินทาง อย่าลืมมองข้างหลัง

…..เกิดมาแล้วไม่มีใครที่จะสามารถลุกขึ้นเดินได้เลยหรอกนะ คนเราต้องผ่านช่วงที่คลาน ช่วงที่กลิ้งไปมา ช่วงที่ลุกขึ้นแล้วก็ล้มลง กันทั้งนั้น คนเราไม่มีใครที่จะอัจฉริยะหรือมีความเก่งมาตั้งแต่เกิดไม่มีใครที่จะรู้จักการลุกขึ้นยืนได้ตั้งแต่เกิด กว่าที่เราจะสามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยขาของเราเอง เราก็ต้องมีคนที่คอยพยุง คนที่คอยยื่นมือมาจับเราไว้ไม่ให้ล้ม หรือเมื่อไหร่ที่เราล้มลงเขาก็พยายามที่จะยืนมือมาดึงเราให้ลุกขึ้นยืนได้ใหม่

ผู้หญิงแกร่งที่แทนตัวเองว่า “แม่”

……“แม่” เป็นมนุษย์ผู้หญิงที่มีความเก่ง ความอดทน ความพยายามที่สูงเสมอ เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆที่ไม่ได้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่มาจากไหน ไม่ใช่เซล่ามูนที่มีพลังวิเศษใดๆ ไม่ใช่กัจจังที่โบยบินได้บนท้องฟ้า ไม่ใช่เบ็นเท็นที่ปกป้องโลกจากเอเลี่ยน ไม่ใช่สไปร์เดอร์แมนที่จะคอยกอบกู้โลกในสงบสุข ไม่ใช่เงาะป่าที่จะมีคาถาเรียกหาปลา

นิทานของคนขายฝัน

      ….. ถ้าพูดถึงสัตว์ที่ดุร้ายก็เห็นจะเป็นเสือเพราะเสือเป็นสัตว์ที่ดุร้ายเป็นสัตว์ที่สามารถฆ่าคนให้ตายได้ เลยทำให้คนเรากลัวและระวังตัวจากสัตว์ที่ดุร้ายอย่างเสือฆ่าหรือทำลายได้ แต่ในทางกลับกันคนเราก็ไม่คิดที่จะระวังตัวจากสัตว์ตัวเล็กๆ ไม่มีความดุร้ายอะไรเลยอย่างหมา เพราะถ้าเอาเข้าจริงหมาก็สามารถที่จะกัดคนให้ตายได้เหมือนกับเสือ แต่จะแตกต่างกันเพียงแค่วิธีที่ใช้ในการจู่โจมหรือฆ่าเหยื่อก็เท่านั้นเอง

เรื่องเล่าของ ข้าวผัด 1 จาน

ในการอาศัยอยู่ในสังคมก็เปรียบเหมือน ข้าวผัด 1 จาน ที่รวมเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาผัดรวมกันให้ได้มาซึ่งข้าวผัด 1 จานหรือสังคมๆหนึ่งนั้นเอง ….   ….ซึ่งในข้าวผัด

คู่แข่งขันที่แท้จริง

สังคมที่มีแต่การแข่งขันกันไม่ว่าหันไปทางไหน หลบไปอยู่ที่แห่งใดเราก็ต้องมีการแข่งขันกันทั้งนั้น …. …. คนบางคนแข่งเพื่อที่จะเป็นที่หนึ่ง บางคนแข่งเพื่ออยากมีความเด่นกว่าผู้อื่น บางคนแข่งอยากที่จะชนะ บางคนแข่งเพื่ออยากที่จะได้รับการยกย่องสรรเสริญ บางคนแข่งเพื่ออยากที่จะได้ในสิ่งที่ต้องการเมื่อชนะ และคนเรามีเหตุผลอีกมากมายที่ต้องการในการแข่งขัน กว่าที่เราจะได้มาซึ่งชัยชนะหรือสิ่งที่เราคาดหวังแล้วเราก็ต้องไปแข่งขันกับคนอื่นอีกมากมายที่มีความเก่งความสามารถที่แตกต่างกันออกไปบางคนเมื่อแข่งแล้วแพ้ก็อาจจะทำให้กลายเป็นคนที่ท้อเป็นคนที่ดูถูกตัวเองไปเลยก็ได้